แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อกหัก แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อกหัก แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2556

นาฬิการ่างกาย






ไม่ใช่มีแค่พนักงานออฟฟิศเท่านั้นที่ต้องตอกบัตรเวลาเข้าออก ระบบต่าง ๆ ในร่างกายของเราเองก็มีเวลาทำงานของมันเหมือนกัน เมื่อถึงเวลานี้ ระบบนี้ก็จะทำงาน พอถึงเวลามันก็จะเริ่มพักผ่อนและระบบอื่นก็จะเริ่มทำงานของมันต่อไป ดังนี้ ...

เวลาตี 1 - ตี 3 ตับเริ่มงานได้ ช่วงนี้จะเป็นเวลาที่ทำงานตับเริ่มทำงาน ในช่วงเวลานี้เองที่ตับจะหลั่งสาร มีราโทนิน ที่ทำให้หน้าอ่อนเยาว์ สาว ๆ ทราบแล้วจำไว้เวลานี้ ต้องเข้านอนได้แล้วนะคะ นอกจากนี้ในเวลานี้ยังไม่ควรทานอาหารใด ๆ เลย เพราะจะทำให้ตับทำงานหนักและอาจจะพังเร็วได้

เวลาตี 3 - ตี 5 เป็นเวลาของปอด ช่วงนี้คุณสามารถตื่นขึ้นมาเพื่อรับเอาอากาศบริสุทธิ์เข้าปอดได้ ว่ากันว่าถ้าตื่นนอนช่วงนี้เป็นประจำจะทำให้ผิวพรรณดีด้วยล่ะ

เวลาตี 5 - 7 โมงเช้า ลำไส้ใหญ่เข้าประจำการ เวลานี้เป็นช่วงที่เหมาะที่สุดที่คุณจะขับถ่าย และควรฝึกขับถ่ายให้เป็นเวลา จนติดเป็นนิสัยด้วยนะคะ 

เวลา 7 โมง - 9 โมง กระเพาะอาหารจะเริ่มทำงานแล้ว ตอนเช้า ๆ จึงควรรับประทานอาหารทุกเช้า เพื่อที่จะได้ไม่มีอาการ ขี้กังวลหรือหงุดหงิด ที่สำคัญหน้าไม่แก่ก่อนวัยด้วยค่ะ

เวลา 9 โมง - 11 โมง ม้ามมาแล้ว ... ม้ามจะอยู่ตรงชายซี่โครงด้านซ้าย มีหน้าที่ในการควบคุมเม็ดเลือด สร้างน้ำเหลือง ควบคุมไขมัน หลีกเลี่ยงการนอนในช่วงเวลานี้เพราะอาจจะทำให้ม้ามอ่อนแอได้ 

เวลา 11 โมง - บ่ายโมง เป็นเวลาของใจแล้ว พยายามอย่าปล่อยให้ตัวเองเครียด หากต้องคิดงาน ให้คุณควรพักผ่อนบ้าง อาจจะพักเบรคสักแป๊บนึง แล้วค่อยมาทำงานต่อนะคะ

เวลา บ่ายโมง - บ่ายสามโมง ลำไส้เล็กจะเริ่มออกโรงแล้ว ควรที่จะงดทานอาหารทุกชนิดในช่วงเวลานี้ เพื่อให้ลำไส้เล็กทำงานได้เต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างเซล์ลสมอง หรือการซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ 

เวลาบ่ายสามโมง - เวลาบ่ายห้าโมงเย็น กระเพาะปัสสาวะจะเริ่มเข้างานแล้ว ช่วงเวลานี้เหมาะมากที่จะออกกำลังกายให้เหงื่อออก แต่ควรระวังอย่าหักโหมมาก และสำหรับผู้ที่มีเหงื่อออกมาก ๆ ควรระวังเป็นอย่างยิ่ง ทั้งนี้เนื่องจากว่า ในเหงื่อนั้นจะมีโซเดียมปนออกมาอาจจะทำให้ไตวายได้ 


ห้าโมงเย็น - หนึ่งทุ่มตรง เป็นเวลาที่ไตจะมารับช่วงต่อ ควรทำใจให้สดชื่น ไม่ง่วงหง่าวหาวนอนในเวลานี้ แต่หากใครเกิดง่วงในช่วงเวลานี้บ่อย ๆ อาจเป็นสัญญาณว่าไตของคุณเริ่มมีปัญหาแล้ว 

เวลาหนึ่งทุ่ม - สามทุ่ม เป็นเวลาของเยื่อหุ้มหัวใจ ดังนั้นควรสวดมนต์ นั่งสมาธิ เพื่อให้ตัวคุณเองสงบก่อนนะคะ เหยื่อหุ้มหัวใจจะได้ทำงานสะดวก ๆ 

เวลาสามทุ่ม - ห้าทุ่ม เป็นเวลาที่คุณควรทำร่างกายให้อุ่น อย่าอาบน้ำเย็นในช่วงเวลานี้ และไม่ควรออกไปตากลมด้วย

เวลาห้าทุ่ม - ตี 1 ถุงน้ำดีจะเริ่มงานในเวลานี้ ดังนั้นจึงควรดื่มน้ำก่อนเข้านอน มิฉะนั้นคุณอาจจะมีอาการดังนี้ สายตาเสื่อม เหงือกบวม ปวดฟัน นอนไม่หลับ ตื่นกลางดึก และอาจจะจามในตอนเช้า ๆ ได้







เมื่อรู้แล้วก็ควรปฏิบัติตัวให้ถูกต้องด้วยนะครับ จะได้เป็นการช่วยระบบต่าง ๆ ในร่างกายทำงานน้อยลง สุขภาพเราก็จะได้ดีขึ้นด้วยนะครับผม

วิธีแก้ปัญหาอกหักแบบง่าย



“อารมณ์ยามอกหักก็เปรียบเหมือนถูกน้ำเน่ากระเด็นใส่ตัวเปื้อนเสื้อผ้าเลอะเทอะเต็มไปหมด แต่นั้นไม่ใช่ของจริงอะไร มันเพียงแต่ผ่านมากระทบใจเราเท่านั้น”

เมื่ออกหัก

เมื่อไม่มีใครรัก แม้แต่ตัวเองก็ยังเกลียดชังตัวเอง บางคนถึงขั้นอยากฆ่าตัวตาย ควรจะทำอย่างไร

1. หาที่สงบสติอารมณ์ ให้เวลากับตัวเอง ทำความเข้าใจกับตัวเราให้ถ่องแท้

2. พึงเข้าใจว่าการทำร้ายตัวเอง การฆ่าตัวตายไม่ใช่การแก้ปัญหา ไม่ใช่วิธีหนีพ้นจากทุกข์ กลับเป็นการเพิ่มปัญหายิ่งขึ้นร้อยเท่าทวีคูณ เพราะการฆ่าคนเป็นบาปหนัก ต้องชดใช้กรรมอีกไม่รู้กี่ภพกี่ชาติ

3. ทำใจให้ได้ว่าเขาไม่ได้เป็นเนื้อคู่ของเรา ถึงจะอยู่ด้วยกันก็จะมีปัญหาในอนาคตแน่นอน อกหักตั้งแต่ตอนนี้ก็ดีแล้ว น่าดีใจที่เรารู้ความจริงเสียแต่บัดนี้

4. ให้ระลึกพุทธภาษิตที่ว่า ความรักเสมอด้วยความรักตนไม่มี หมายถึง ความรักตนเป็นความรักอันสูงสุด

5. เรากำลังผิดหวัง หลงอยู่ในอารมณ์อกหัก จึงคิดว่าไม่มีใครรักเรา พ่อแม่ก็ไม่รักเรา คนนี้คนนั้นไม่ดี ไม่รักเรา เรากำลังผิดหวังจากความรู้สึกที่ว่าไม่มีใครรักเราเลย พิจารณาดูให้ดีว่าเรารักตัวเองไหม ก็คงจะไม่ ถ้าแม้แต่เรายังคิดที่จะทำลายตัวเอง ทั้งทางกาย วาจา ใจ แสดงว่าเราก็ไม่ได้รักตัวเองเลย แล้วจะให้คนอื่นมารักได้อย่างไร

6. พยายามตั้งสติระลึกถึงอารมณ์ปกติที่เราก็มีอยู่ที่เราเคยมีชีวิตอยู่ตามปกติของเราตั้งแต่สมัยเป็นเด็กๆ อารมณ์ยามอกหักก็เปรียบเหมือนถูกน้ำเน่ากระเด็นใส่ตัวเปื้อนเสื้อผ้าเลอะเทอะเต็มไปหมด เรารู้สึกตัวเหม็นเน่าน่ารังเกียจ แต่นั้นไม่ใช่ของจริงอะไร นั่นไม่ใช่ชีวิตจริงของเรา เมื่อเราชำระล้างเปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่แล้ว ทุกสิ่งทุกอย่างก็เป็นปกติตามเดิม อารมณ์เมื่อเราอกหักก็เหมือนกัน มันเพียงแต่ผ่านมากระทบใจเราเท่านั้น

7. พระพุทธองค์ตรัสว่า จิตของเรานี้ประภัสสร บริสุทธิ์ผ่องใสโดยธรรมชาติ จิตเศร้าหมองเพราะอุปกิเลสครอบงำจิต โอปนยิโก น้อมเข้ามาหาตน ค้นหาธรรมชาติของตนที่บริสุทธิ์ผ่องใส เบิกบานใจ สบายใจ ...

8. ตั้งใจ หยุดคิด ปล่อยวางความรู้สึกนึกคิดต่างๆ







หายใจออกยาวๆ
หายใจเแรงๆ หน่อย
หายใจเข้า ลึกๆ หน่อย
เน้นที่หายใจออกยาวๆ 


ความตั้งใจปรับลมหายใจยาวๆ ช่วยให้เกิดสติ ระลึกได้
สัมปชัญญะ ความรู้สึกตัว
ความรู้สึกที่ไม่ดี ไม่สบายใจ จะค่อยๆ จางหายไป
ความสบายอกสบายใจ จะปรากฏขึ้นแทน

ในที่สุดเราจะค้นพบตัวเอง
เข้าถึงธรรมชาติของจิตใจ
ที่สงบ เบิกบานใจ
ซึ่งมีอยู่ในตัวเราทุกคน นั่นเอง
เมื่อเราสบายใจ สุขใจ เราจะรักตัวเอง

เมื่อรักตัวเองแล้ว
เราจะมีความสุข สุขภาพใจดี
และเป็นที่รักของบุคคลรอบข้างด้วย


ที่มา palungjit.com