แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ slim แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ slim แสดงบทความทั้งหมด
วันพุธที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2556
10 อาหารอันตราย ที่คนสมัยนี้ชอบกิน
1.แฮมเบอเกอร์
แฮมเบอร์เกอร์ทำมาจากเนื้อส่วนที่เหลือที่แย่ที่สุดจากโรงฆ่าสัตว์ เนื้อส่วนใดที่ขายเป็นส่วนของมันไม่ได้แล้วจะกองอยู่ที่พื้น และนำมาบดทำเป็นเบอร์เกอร์ รวมทั้งกีบ กระดูก จมูก หูและส่วนอื่นๆของมัน เพราะว่าเบอร์เกอร์ทั้งหมดทำมาจากสัตว์ จึงสามารถขึ้นป้ายว่า เนื้อวัวแท้ (Pure beef)แฮมเบอร์เกอร์ทั้งหมดจะใส่สารปรุงรส (MSG=Monosodium Glutamate) ทำให้ปวดศีรษะและเกิดอาการแพ้ MSG เป็นสารเคมีที่ห้องปฏิบัติการทดลองใช้ช่วยทำให้สัตว์อ้วนขึ้น และท้ายที่สุดก็ทำให้ท่านอ้วนขึ้นด้วย อุตสาหกรรมปศุสัตว์ เป็นผู้ใช้ยาปฏิชีวนะมากที่สุดในโลก เพื่อใช้ในการหักล้างแบคทีเรียที่เป็นอันตรายในเนื้อ
2.ฮอทด็อก
ฮอทด็อกทำมาจากเนื้อส่วนที่เหลือที่แย่ที่สุดจากโรงฆ่าสัตว์ เนื้อส่วนใดที่ขายเป็นส่วนของมันไม่ได้แล้วจะกองอยู่ที่พื้น และนำมาบดทำเป็นเบอร์เกอร์ รวมทั้งกีบ กระดูก จมูก สันจมูก หู เล็บและส่วนอื่นๆของมัน เพราะว่าฮอทด็อกทั้งหมดทำมาจากสัตว์ จึงสามารถขึ้นป้ายว่า เนื้อวัวแท้ (Pure beef) หรือ ทำจากไก่งวงแท้ 100%
3.เฟรนช์ฟราย
เป็นอาหารที่มี “ความเป็นพิษสูง”การทอดเฟร้นช์ฟราย จะทอดกันที่อุณหภูมิสูง ทำให้มีสารเคมีอะคริลิไมด์(Acrylimides) ออกมา ซึ่งรู้จักกันดีว่า เป็นสารก่อโรคมะเร็งและทำลายประสาท
4.โอริโอ้ คุกกี้
ที่เด่นชัดมากก็คือ ส่วนของน้ำตาลมีอยู่สูงถึง 23 กรัมเลยทีเดียว ช็อกโกเล็ตนั้นเป็นสารอาหารรายการสุดท้าย นั่นหมายความว่า มีช็อคโกเล็ตประกอบอยู่น้อยมาก น้ำตาลปริมาณสูง ทำให้ผิวหนังเหี่ยวย่นและเกิดริ้วรอยได้เร็วยิ่งขึ้น
5.พิซซ่า
พิซซ่าในเชิงทางการค้าจะประกอบไปด้วยอาหารที่มาจากการตัดแต่งทางพันธุ์กรรม 5 ชนิด -. เนยแท้ (cheese) เพียง 10% เท่านั้น -. แป้งที่ผ่านการปรุงแต่งให้ขาวที่ได้ทำการฟอกสี ทำให้วิตามินและเกลือแร่ออกไปแล้ว แต่ได้ทำการเติมเกลือแร่สังเคราะห์ตามจำนวนโมเลกุลที่มันเคยมีอยู่เข้าไปใหม่ -ซอสมะเขือเทศ ทำด้วยสารที่คล้ายมะเขือเทศที่สร้างยาฆ่าแมลงของมันขึ้นมาได้เอง ในร่างกายของท่าน -แป้งสาลีที่นำมาใช้เป็นแป้งชนิดที่มีการตัดแต่งทางพันธุ์กรรม -มีน้ำมันฝ้ายประกอบอยู่ด้วย ฝ้ายไม่ได้จัดเป็นพืชพวกอาหาร มันผ่านการสเปรย์ด้วยยาฆ่าแมลงที่ชาวไร่ใช้
6.น้ำอัดลม
สารตัวสำคัญที่มีอยู่ในโค้กก็คือกรดกำมะถัน (Phosphoric acid) ในด้านความเป็นกรดด่าง มันมีความเป็นกรดอยู่สูงมากพอที่จะละลายตะปูได้ภายใน 4 วันกรดที่สะสมอยู่ในร่างกาย ทำให้ยากที่จะทำให้น้ำหนักตัวลดลงได้
7.ชิ้นไก่เนื้อนุ่มไม่มีกระดูก
ทำมาจากชิ้นส่วนของไก่ที่ไม่ใช้แล้ว น้อยมากที่จะทำมาจากเนื้อขาวจริงๆการรับประทานต่อครั้งโดยทั่วไป จะให้พลังงาน 340 แคลอรี่ 50% เป็นไขมันมีแป้งขนมปังผสมอยู่มาก จึงมีคาร์โบไฮเดรตอยู่สูง มีการเติมสารปรุงรส (MSG=Monosodium Glutamate) ทำให้ปวดศีรษะ
8.ไอศครีม
มีไขมันอยู่สูงมาก (ขนาดปกติ 4 ออนซ์) มีไขมันเกินกว่า 50% ของไขมันที่แนะนำให้บริโภคต่อครั้งต่อวันมีคาร์โบไฮเดรตอยู่มาก เกือบ 40% ของคาร์โบไฮเดรตที่แนะนำให้บริโภคต่อครั้งต่อวันมีน้ำตาลอยู่มาก ทำให้มีความกระหายน้ำตาลมากยิ่งขึ้น เป็นสาเหตุทำให้ผิวหนังเหี่ยวย่น
9.โดนัท
โดยเฉลี่ยแล้ว จะให้พลังงานประมาณ 300 แคลอรี่ ในโดนัทหนึ่งชิ้นมีแป้งคาร์โบไฮเดรตอยู่มากกว่า 50% ของที่แนะนำให้บริโภคต่อครั้งต่อวัน มีเกลือโซเดียมอยู่สูงมาก ทำให้ร่างกายขาดน้ำได้
10.โปเตโต้ชิพ
อาหารขบเคี้ยว การทอดโปเตโต้ชิพจะทอดกันที่อุณหภูมิสูงทำให้มีสารเคมีอะคริลิไมด์ (Acrylimides) ออกมา ซึ่งรู้จักกันดีว่า เป็นสารก่อโรคมะเร็งและทำลายประสาท
ขอบคุณที่มา อะฮ์ลุลบัยต์คิดส์
นาฬิการ่างกาย
ไม่ใช่มีแค่พนักงานออฟฟิศเท่านั้นที่ต้องตอกบัตรเวลาเข้าออก ระบบต่าง ๆ ในร่างกายของเราเองก็มีเวลาทำงานของมันเหมือนกัน เมื่อถึงเวลานี้ ระบบนี้ก็จะทำงาน พอถึงเวลามันก็จะเริ่มพักผ่อนและระบบอื่นก็จะเริ่มทำงานของมันต่อไป ดังนี้ ...
เวลาตี 1 - ตี 3 ตับเริ่มงานได้ ช่วงนี้จะเป็นเวลาที่ทำงานตับเริ่มทำงาน ในช่วงเวลานี้เองที่ตับจะหลั่งสาร มีราโทนิน ที่ทำให้หน้าอ่อนเยาว์ สาว ๆ ทราบแล้วจำไว้เวลานี้ ต้องเข้านอนได้แล้วนะคะ นอกจากนี้ในเวลานี้ยังไม่ควรทานอาหารใด ๆ เลย เพราะจะทำให้ตับทำงานหนักและอาจจะพังเร็วได้
เวลาตี 3 - ตี 5 เป็นเวลาของปอด ช่วงนี้คุณสามารถตื่นขึ้นมาเพื่อรับเอาอากาศบริสุทธิ์เข้าปอดได้ ว่ากันว่าถ้าตื่นนอนช่วงนี้เป็นประจำจะทำให้ผิวพรรณดีด้วยล่ะ
เวลาตี 5 - 7 โมงเช้า ลำไส้ใหญ่เข้าประจำการ เวลานี้เป็นช่วงที่เหมาะที่สุดที่คุณจะขับถ่าย และควรฝึกขับถ่ายให้เป็นเวลา จนติดเป็นนิสัยด้วยนะคะ
เวลา 7 โมง - 9 โมง กระเพาะอาหารจะเริ่มทำงานแล้ว ตอนเช้า ๆ จึงควรรับประทานอาหารทุกเช้า เพื่อที่จะได้ไม่มีอาการ ขี้กังวลหรือหงุดหงิด ที่สำคัญหน้าไม่แก่ก่อนวัยด้วยค่ะ
เวลา 9 โมง - 11 โมง ม้ามมาแล้ว ... ม้ามจะอยู่ตรงชายซี่โครงด้านซ้าย มีหน้าที่ในการควบคุมเม็ดเลือด สร้างน้ำเหลือง ควบคุมไขมัน หลีกเลี่ยงการนอนในช่วงเวลานี้เพราะอาจจะทำให้ม้ามอ่อนแอได้
เวลา 11 โมง - บ่ายโมง เป็นเวลาของใจแล้ว พยายามอย่าปล่อยให้ตัวเองเครียด หากต้องคิดงาน ให้คุณควรพักผ่อนบ้าง อาจจะพักเบรคสักแป๊บนึง แล้วค่อยมาทำงานต่อนะคะ
เวลา บ่ายโมง - บ่ายสามโมง ลำไส้เล็กจะเริ่มออกโรงแล้ว ควรที่จะงดทานอาหารทุกชนิดในช่วงเวลานี้ เพื่อให้ลำไส้เล็กทำงานได้เต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างเซล์ลสมอง หรือการซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ
เวลาบ่ายสามโมง - เวลาบ่ายห้าโมงเย็น กระเพาะปัสสาวะจะเริ่มเข้างานแล้ว ช่วงเวลานี้เหมาะมากที่จะออกกำลังกายให้เหงื่อออก แต่ควรระวังอย่าหักโหมมาก และสำหรับผู้ที่มีเหงื่อออกมาก ๆ ควรระวังเป็นอย่างยิ่ง ทั้งนี้เนื่องจากว่า ในเหงื่อนั้นจะมีโซเดียมปนออกมาอาจจะทำให้ไตวายได้
ห้าโมงเย็น - หนึ่งทุ่มตรง เป็นเวลาที่ไตจะมารับช่วงต่อ ควรทำใจให้สดชื่น ไม่ง่วงหง่าวหาวนอนในเวลานี้ แต่หากใครเกิดง่วงในช่วงเวลานี้บ่อย ๆ อาจเป็นสัญญาณว่าไตของคุณเริ่มมีปัญหาแล้ว
เวลาหนึ่งทุ่ม - สามทุ่ม เป็นเวลาของเยื่อหุ้มหัวใจ ดังนั้นควรสวดมนต์ นั่งสมาธิ เพื่อให้ตัวคุณเองสงบก่อนนะคะ เหยื่อหุ้มหัวใจจะได้ทำงานสะดวก ๆ
เวลาสามทุ่ม - ห้าทุ่ม เป็นเวลาที่คุณควรทำร่างกายให้อุ่น อย่าอาบน้ำเย็นในช่วงเวลานี้ และไม่ควรออกไปตากลมด้วย
เวลาห้าทุ่ม - ตี 1 ถุงน้ำดีจะเริ่มงานในเวลานี้ ดังนั้นจึงควรดื่มน้ำก่อนเข้านอน มิฉะนั้นคุณอาจจะมีอาการดังนี้ สายตาเสื่อม เหงือกบวม ปวดฟัน นอนไม่หลับ ตื่นกลางดึก และอาจจะจามในตอนเช้า ๆ ได้
เมื่อรู้แล้วก็ควรปฏิบัติตัวให้ถูกต้องด้วยนะครับ จะได้เป็นการช่วยระบบต่าง ๆ ในร่างกายทำงานน้อยลง สุขภาพเราก็จะได้ดีขึ้นด้วยนะครับผม
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)


